Archive for the ‘วิธีลดน้ำหนัก วิธีลดความอ้วน’ category

วิธีลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนด้วยการวิเคราะห์มื้ออาหาร

December 25th, 2011

หนึ่งในวิธีลดน้ำหนักที่ทุกคนคาดไม่ถึงคือการวิเคราะห์มื้ออาหารก่อนรับประทานและจัดมื้ออาหารให้เหมาะสมที่สุดครับ ซึ่งวิธีนี้มักเรียกกันว่า วิธีการจัดเมนูอาหารลดความอ้วน การลดน้ำหนักด้วยวิธีนั้นสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆและสะดวกเป็นวิธีลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนที่เหมาะกับทุกๆคน โดยถ้าใครที่มีบุตรที่กำลังประสบปัญหาเรื่องน้ำหนัก ก็สามารถใช้วิธีลดความอ้วนวิธีนี้เข้าจัดการได้เช่นกัน  โดยหลักในการปฏิบัติการลดความอ้วนด้วยวิธีลดความอ้วนด้วยการวิเคราะห์มื้ออาหารนี้ก็คือ

วิธีลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนด้วยการวิเคราะห์มื้ออาหาร1.ตรวจสอบว่าในแต่ละมื้ออาหารนั้นอาหารที่ได้รับประทานมีส่วนประกอบครบ 5 หมู่อย่างสมดุลหรือเปล่าเพราะ คนที่ประสบปัญหาโรคอ้วนส่วนใหญ่มักจะเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วย กลุ่ม คาร์โบไฮเดรตหรือแป้งหรือไขมันเป็นส่วนมาก ซึ่งการที่ความสมดุลระหว่างหมวดอาหารนั้นไม่สมดุลกันและอัตราการบริโภคโอนเอียงไปทางด้านของคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นอาหารที่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาเรื่องความอ้วนนั้นย่อมไม่ดีแน่ ดังนั้นคุณจึงควรต้องคอยตรวจสอบปริมาณสารอาหารในแต่ละมื้ออาหารของคุณอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้สารอาหารส่วนใหญ่ในแต่ละมื้อถูก แป้งหรือไขมันกินพื้นที่ไปเกิน 30%

2.ตรวจสอบปริมาณแคโรรีในแต่ละมื้ออาหาร เพราะการลดน้ำหนักด้วยวิธีลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนวิธีนี้จะไม่มีผลเลยหากปฏิบัติทุกข้อแต่ไม่คำนึงถึงข้อนี้ เพราะอาหารบางชนิดที่ถึงแม้มันจะไม่ใช่แป้งหรือไขมันแต่มันก็มีคุณสมบัติที่ให้ปริมาณแคโรรีแก่ร่างกายที่สูงมากเกินไปอยู่ ซึ่งจะทำให้การลดน้ำหนักทำได้ล่าช้าและอาจไม่ประสบผลสำเร็จได้ ในขั้นตอนนี้สิ่งที่คุณต้องทำคือตรวจดูปริมาณแคโรรีของแต่ละอาหารไม่ให้มากเกินไปครับ

3.การปรับปริมาณอาหารในแต่ละมื้ออาหาร อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การลดน้ำหนักเป้นไปอย่างยากลำบากนั่นก็คือ ในบางคนนั้นพวกเค้ารับประทานอาหารทั้งสามมื้อในจำนวนทีเท่ากัน ซึ่งทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างล่าช้า สิ่งที่ผมจะแนะนำก็คือ ควรลดปริมาณข้าวเย็นลงเพราะการรับประทานอาหารในมือเย็นจะใกล้เคียงกับเวลานอนซึ่งทำให้การย่อยอาหารผิดปกติและทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักได้ง่ายถ้าหากรับประทานอาหารในช่วงเวลานี้มากๆ ดังนั้นในช่วงเย็นเราควรจะรับประทานอาหารในจำนวนที่น้อยแต่ก็ไม่ถึงกับขั้นอดอาหารเพราะนั่นจะเป็นผลเสียกับร่างกายมากเกินไป

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับ 3 วิธีวิเคราะห์มื้ออาหาร ซึ่งผมแน่ใจว่าถ้าหากคุณได้อ่านบทความนี้แล้วนำไปปฏิบัติตาม ผมที่ตามมาจะคุ้มค่ากับการปฏิบัติอย่างแน่นอนครับ

วิธีลดน้ำหนักและวิธีลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกาย

December 25th, 2011

ปัญหาน้ำหนักถือว่าเป็นปัญหาใกล้ตัวที่เราทุกคนควรใส่ใจมากที่สุดในเวลานี้ เนื่องมาจากการมีปัญหาน้ำหนักตัวที่มากเกินไปย่อมทำให้สุขภาพถดถอยอย่างแน่นอน ดังนั้นหากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังหาวิธีแก้ปัญหาปัญหาน้ำหนักตัวที่มากอยู่ วิธีการลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายถือว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกแรกๆที่คุณควรนำไปปฏิบัติเลยครับ หลายคนคงกำลังสงใสว่าทำไมผมถึงแนะนำวิธีการลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย เมื่อคุณถามมาแบบนี้ ผมก็จะตอบให้ครับ ไปดูกันเลย

วิธีลดน้ำหนักและวิธีลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกาย

วิธีการลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายถือว่าเป็นวิธีหลักที่จะส่งผลดีในระยะยาวมากที่สุดแก่ตัวคุณ ด้วยเหตุผลต่างๆที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งได้แก่

1.กล้ามเนื้อแข็งแรง : การออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและลดความเสี่ยงในการทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาดยามต้องออกแรงเยอะๆได้ และการที่กล้ามเนื้อแข็งแรงนั้นย่อมทำให้คุณสามารถปฏิบัติกิจกรรมต่างๆได้สะดวกขึ้นด้วยครับ

2.น้ำหนักลด : การออกกำลังกายอย่างเป็นประจำนั้นย่อมหมายถึงการเผาผลาญไขมันที่เป็นประจำด้วยเช่นกัน การออกกำลังกายจะช่วยให้น้ำหนักของคุณลดอย่างค่อยไปเป็นค่อยไปทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งยังเป็นผลดี ซึ่งแตกต่างจากบางวิธีที่อันตราย

3.ฝึกความรับผิดชอบ : การที่คุณจะลดน้ำหนักจากวิธีการลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนวิธีนี้ได้นั้น ไม่เพียงแต่คุณจะได้กล้ามเนื้อที่แข็งแรงแล้ว คุณยังจะได้ฝึกความรับผิดชอบที่ต้องออกกำลังกายเป็นประจำซึ่งถ้าวันใดความขี้เกียจเข้ามาเยือนนั่นอาจทำให้ความพยายามในการลดน้ำหนักของคุณล้มเหลวทั้งหมดเลยก็ได้

4.เห็นความสำคัญของความพยายาม : นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลทางใจที่เป็นประโยชน์จากการลดหนักด้วยวิธีการลดน้ำหนักนี้ ซึ่งเมื่อคุณออกกำลังกายเป็นเวลานานจนได้ร่างกายที่สมส่วน เมื่อวันนั้นมาถึง คุณจะรู้สึกได้ถึงคุณค่าของความพยายามที่พยายามมาทั้งหมด ซึ่งการตระหนักถึงคุณค่าของความพยายามเกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนักในสังคมปัจจุบัน

5.ป้องกันโรคร้ายต่างๆ : มีการวิจัยว่าคนที่ออกกำลังกายบ่อยๆนั้นจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรคที่มากกว่าคนทั่วไป การลดน้ำหนักด้วยวิธีการออกกำลังกาย นอกจากจะได้ลดน้ำหนักไปในตัวแล้วยังได้ประโยชน์จากการลดโอกาสเกิดโรคภัยไข้เจ็บด้วย เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เลยนะครับ

วิธีลดน้ำหนักวิธีลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกายถือว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกหลักที่คุณควรมองหายามที่คุณมีปัญหาโรคอ้วน แต่อย่าลืมนะครับการออกกำลังกายต้องควบคู่ไปกับการกินอาหารครบ 5 หมู่ที่ไม่มากเกินไปถึงจะเป็นวิธีการลดความอ้วนที่มีประสิทธิภาพในระยะยาวมากที่สุด

แรงจูงใจในการลดน้ำหนักลดความอ้วน

December 22nd, 2011

สาวๆหลายคนรวมไปถึงหนุ่มๆหลายคนที่มีความคิดอยากจะลดน้ำหนักลง เนื่องจากไขมันส่วนเกินทำให้เราหมดความมั่นใจนี้ย่อมต้องเคยผิดหวังจากอะไรหลายๆอย่างเพราะเรื่องน้ำหนักตัวมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ความมั่นใจเวลาที่จะคุยกับคนที่ชอบ ความมั่นใจในที่สาธารณะที่น้อยลง ซึ่งปัญหาทางด้านจิตใจนี้ถือว่าเป็นปัญหาที่หลายๆคนให้ความสำคัญมากกว่าปัญหาด้านสุขภาพเสียอีกแรงจูงใจในการลดน้ำหนักลดความอ้วน

ปัญหาหลักที่ผู้คนทุกคนหลายคนพบเจอในการลดน้ำหนักก็คือ ความขี้เกียจครับ ใช่ครับฟังไม่ผิดหรอก ความขี้เกียจนี่แหละครับคือปัญหาหลักในการลดความอ้วนเลย ซึ่งถ้าเรามองดูกันชัดๆจะเห็นได้ว่าความขี้เกียจเป็นปัจจัยภายในที่เกิดขึ้นเพราะตัวเราเป็นคนสร้างเอง ดังนั้นหลายๆคนคงเข้าใจแล้วสินะครับว่า ถ้าปัญหามันเกิดขึ้นจากตัวของเราเองเราก็ควรแก้ด้วยตัวของเราเองเช่นกัน แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือทุกคนมักจะไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง วันนี้ผมจึงมีวิธีการแก้ปัญหาความขี้เกียจมาเสนอครับเพื่อให้ทุกๆคนสามารถลดความขี้เกียจและนำไปสู่ร่างกายที่แข็งแรงและมีหุ่นที่ดูดีครับ

วิธีนี้เรียกว่าการสร้างแรงจูงใจ วิธีนี้เป็นวิธีลดความอ้วนที่ใช้ได้ผลพอสมควรและทำง่ายมาก การที่เราจะลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนด้วยวิธีนี้นั้น เราจะต้องตั้งกฏเกณฑ์อะไรขึ้นมาสักอย่างโดยการพลิกวิกฤตมาเป็นโอกาส ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณอายที่จะใส่เสื้อที่ต้องโชว์สัดส่วน ก็ให้คุณตั้งเป้าหมายว่า ฉันจะต้องใส่ชุดนี้ให้ได้ภายใน XX วันให้ได้แทนที่จะคิดว่า ฉันคงไม่มีปัญญาใส่ชุดนี้ ซึ่งวิธีการคิดแบบเพิ่มแรงจูงใจนี้จะเป็นกุญแจในการนำทุกท่านไปสู่รูปร่างที่สมส่วนครับ

แต่ถึงแม้วิธีนี้จะง่ายเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยังมีผู้ใช้วิธีนี้หลายคนที่ล้มเหลวเพราะความขี้เกียจอยู่เหมือนเดิม เพราะความคิดของคนเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เมื่อคุณมีความพยายามอยู่ 3 วัน ในวันที่ 4 คุณอาจจะกลับไปคิดความคิดติดลบก็ได้ ดังนั้นให้คุณระลึกอยู่เสมอๆนะครับว่า พลังใจของเราเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการลดน้ำหนักลดความอ้วน ซึ่งไม่ว่าจะลดน้ำหนักด้วยวิธีใดก็ตามการขาดพลังใจก็สามารถทำให้ทุกวิธีล่มสลายได้เช่นเดียวกับวิธีนี้ครับ

พลังใจคือส่วนที่สำคัญที่สุดตามที่ได้บอกไป ดังนั้นถ้าหากคุณต้องการลดความอ้วนให้ได้ผล ก็ขอให้คุณมีความตั้งใจแน่วแน่อย่างแท้จริงนะครับ เพื่ออนาคตที่ดีของตัวคุณเอง อย่าทำตัวให้ดูเหมือนคนที่ทำอะไรไม่เคยสำเร็จ ให้ตั้งเป้าหมายแล้วเดินหน้าถึงแม้จะใช้เวลานานเท่าใดก็ตามแต่จงจำไว้ว่าทางออกมีอยู่เสมอ เมื่อคุณไปถึงทางออกได้วันนั้นจะเป็นวันที่คุณจะได้รูปร่างตามที่ใจฝันไว้ครับ

5 วิธีง่าย ๆ ในการลดความอ้วน

October 1st, 2011

ลดความอ้วน

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ พยามยามลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน และไม่ควรงดมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะอาจทำให้คุณรับประทานอาหารมื้อถัดไปมากขึ้น ที่สำคัญควรรับประทานประเภทผักใบเขียว เพราะจะมีใยอาหารอยู่มาก
  2. พยายามดื่มน้ำก่อนอาหาร เพื่อถ่วงกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้ทานอาหารได้น้อยลง หรือเลือกรับประทานใยอาหารก่อนอาหารประมาณครั้งชั่วโมงแทน
  3. เพื่อผลทางจิตวิทยา ควร ใช้ภาชนะเล็กลง โดยมีปริมาณอาหารเท่าเดิมเพื่อให้ดูว่ามีอาหารมากขึ้น และควรใช้ช้อนขนาดเล็กเพื่อจะได้รับประทานช้าลง ที่สำคัญควรฝึกเคี้ยวช้า ๆ จะทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และรู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น
  4. หาเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสมมากขึ้น มัก มีความเชื่อผิด ๆ กันว่า การออกกำลังกายมากขึ้นจะทำให้หิวเร็งและรับประทานอาหารมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่ไม่ได้ออกกำลังกายจะทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย จึงมักขจัดความเยื่อนี้ด้วยการรับประทาน การออกกำลังกายจึงเป็นวิธีช่วยลดความเบื่อหน่าย และเพิ่มการใช้พลังงานเพื่อเผาผลาญไขมันสะสมให้ลดน้อยลง
  5. สร้างสิ่งจูงใจ หรือทัศนคติดี ๆ ต่อ พฤติกรรมใหม่ ๆ เช่น การเขียนข้อความเกี่ยวกับการลดความอ้วน หรือชุดสวย ๆ ในสมัยก่อนที่เคยใส่ได้ เพื่อให้เห็นถึงเป้าหมาย และสามารถกระตุ้นหรือจูงใจให้มีความพยายามมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด พยายามพักผ่อนให้มาก ๆ ไม่มีประโยชน์เลย ถ้ามีรูปร่างที่สวยงามอย่างที่ต้องการ แต่ต้องอาศัยอยู่ในโรงพยาบาล เนื่องจากสุขภาพไม่ดี

ที่มา  www.bangkokhealth.com

วิธีลดน้ำหนักเพื่อสาวออฟฟิศ

October 1st, 2011

“ก็รู้นะคะว่าต้องทำอย่างไร แต่ดิฉันทำไม่ได้” เป็นประโยคที่คุ้นหูสำหรับนักกำหนดอาหารมาก ถึงแม้ว่าเราทราบดีว่า อาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพ แต่หลายคนมักไม่มีเวลากินอาหารเช้า ทำงานตลอดเที่ยง เลือกกินจุบจิบ ที่ไม่ค่อยมีสารอาหารมากนักตลอดทั้งวัน และด้วยหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบต่างๆ ก็ทำให้ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักตัวขึ้นเอาๆ

ความอ้วนไม่ได้เป็นปัญหา แค่ในเรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ความอ้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคต่างๆ มากมาย ได้แก่ โรคหัวใจ เส้นเลือดสมองแตก ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง เก๊าท์ โรคในระบบทางเดินปัสสาวะ และปัญหานอนกรน หรือหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วนมีความเชื่อว่า ผู้ที่มีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนัก และโดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงดังนี้

• มีคนในครอบครัวเป็นโรคเรื้อรัง เช่นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน จะมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดโรคเหล่านี้ ถ้าอ้วน

• มีปัญหาความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด (โคเลสเตอรอล) สูง หรือน้ำตาลในเลือดสูง เป็นสัญญาณเตือนถึง โรคที่เกี่ยวข้องกับความอ้วน

• ผู้ที่อ้วนลงพุง คือ มีไขมันสะสมบริเวณท้องมาก จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ มะเร็ง หรือเบาหวาน สูงกว่าผู้ที่อ้วนบริเวณสะโพก

การลดน้ำหนักเพียง 10% จากน้ำหนักปัจจุบัน จะสามารถลดความเสี่ยงเหล่านี้ลงได้มาก (ค่า BMI ปกติคือ 19-23 กิโลกรัม/เมตร2 และ เปอร์เซนต์ไขมันในร่างกาย ปกติของผู้หญิงคือ 23% และของผู้ชายอยู่ที่ 15%)

การควบคุมน้ำหนักตัว เป็นสิ่งที่ต้องทำไประยะยาว ไม่ใช่ว่าเมื่อถึงน้ำหนักที่พอใจ แล้วก็กลับไปกินแบบตามใจปาก ดังนั้นการลดน้ำหนัก จึงต้องมุ่งไปที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ก่อนจะเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนัก อยากให้ลองพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้ เพื่อช่วยให้การควบคุมน้ำหนักได้ผลมากยิ่งขึ้น :

• ตั้งเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ควรเป็นอย่างแรกที่ทำ หลายคนที่พยายามลดน้ำหนัก ไปโฟกัสที่น้ำหนักอย่างเดียว แต่จุดที่ควรเปลี่ยนควรมุ่งไปที่ การเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร และการออกกำลังกายมากกว่า ซึ่งเป็นจุดสำคัญ ที่จะช่วยให้ควบคุมน้ำหนักตัวไปได้ตลอด ผู้ที่ลดน้ำหนักได้สำเร็จ และสามารถควบคุมน้ำหนักที่ลดไปได้ คือผู้ที่ตั้งเป้าหมายทีละ 2-3 อย่าง การก้าวไปทีละขั้นบันได จะทำได้ง่ายกว่าที่จะก้าวไปทีเดียวสิบขั้น

• อย่าลืมว่าเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพคือ เป้าหมายที่มีความเฉพาะเจาะจง สามารถทำได้ และมีความยืดหยุ่น ตัวอย่างเช่น “ฉันจะออกกำลังกายมากขึ้น” เป็นเป้าหมายที่ดี แต่ไม่มีความเฉพาะเจาะจง “ฉันจะเดิน 5 กิโลทุกวัน” เป็นเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและวัดได้ แต่คุณจะสามารถทำได้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ที่เริ่มออกกำลังกาย? “ฉันจะเดิน 30 นาทีทุกวัน” น่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้มากกว่า แต่ถ้าเกิดวันหนึ่งคุณต้องอยู่ที่ทำงานดึก และไม่สามารถออกกำลังกายได้ล่ะคะ? “เดิน 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์” เป็นเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง สามารถทำได้ และมีความยืดหยุ่น

• ให้รางวัลกับตนเองเมื่อประสบผลสำเร็จ (แต่ไม่ใช่ของกิน!) อย่า มองข้ามถึงความสำคัญของรางวัลชีวิตนี้นะคะ การให้รางวัลกับการประสบผลสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ จะเป็นแรงกระตุ้นให้คุณมุ่งทำต่อไป การให้รางวัล อาจเป็นการซื้อของที่ตนเองอยากได้ หรือไปนวดตัว นวดหน้า แม้กระทั่งการให้เวลากับตัวเองสัก 1 ชั่วโมงของวันก็ได้

• จดบันทึกรายรับ (อาหาร เครื่องดื่ม) และรายจ่าย (กิจกรรม การออกกำลังกาย) หมาย ความว่าคุณควรสังเกต และจดบันทึกว่าคุณกินและดื่มอะไรบ้าง เพื่อดูลักษณะพฤติกรรมการกินของคุณอย่างแท้จริง อาจมาดูว่าในแต่ละวันคุณกินผักผลไม้ และมีกิจกรรมออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหนด้วย ถ้าเห็นว่ามีน้อย ก็อาจตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มผักผลไม้ และออกกำลังกาย

• หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ลูกโซ่ เหตุการณ์หรือสภาพแวดล้อม ที่กระตุ้นให้คุณกิน (ทั้งๆ ที่ไม่หิว) อาจทำให้คุณรับแคลอรีเกินได้โดยไม่รู้ตัว และควรหาทางควบคุม ตัวอย่างเช่น คุณต้องหาอะไรเคี้ยวขณะดูหนัง หรือซื้อขนมขบเคี้ยวมาเก็บไว้ที่โต๊ะทำงาน และนำออกมากินขณะทำงาน หรือคุณต้องเดินตรงเข้าห้องครัว เพื่อหาอะไรกินทันทีที่กลับถึงบ้าน ทั้งที่ยังไม่ถึงมื้ออาหาร หรือคุณกินตลอดทั้งวัน เพียงเพราะรู้สึกเบื่อ

• ฝึกตัวเองหรือหันเหไปทำอย่างอื่นแทน เมื่อทราบว่ามีสิ่งใดที่กระตุ้นให้คุณอยากกิน เช่น ดื่มน้ำเปล่าขณะดูหนัง เคี้ยวหมากฝรั่งขณะทำงาน เดินขึ้นบ้านไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า พักผ่อนทันทีเมื่อถึงบ้านแทนการเข้าครัว ไปทำเล็บ ฝึกเล่นเครื่องดนตรี เขียนจดหมาย หรือไปออกกำลังกายเมื่อรู้สึกเบื่อ โดยทั่วไปแล้วถ้ามีของกิน ที่มองเห็นง่ายหยิบง่าย มักเป็นตัวกระตุ้นให้กินโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ อาจใช้วิธีเก็บเข้าตู้ให้หมด หรือไม่ซื้อมาตุนได้

• รับรู้ถึงสัญญาณความอิ่ม การเปลี่ยนวิธีการกิน อาจช่วยให้คุณกินอาหารน้อยลงได้โดยไม่รู้สึกว่าอด คนเราจะใช้เวลา 15-20 นาที กว่าสมองจะรับรู้ว่าอิ่ม ดังนั้นผู้ที่รู้ตัวว่าเป็นคนที่กินอาหารเร็ว ควรฝึกให้กินช้าลง เคี้ยวทุกคำให้ละเอียด ใช้เวลาระหว่างคำ เพื่อคุยกับเพื่อนหรือครอบครัว จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มพอดี เมื่อมื้ออาหารจบลง อย่าทำอย่างอื่น เช่น อ่านหนังสือ หรือดูโทรทัศน์ขณะกินอาหาร นอกจากนี้ คุณอาจตั้งตารางมื้ออาหารขึ้นมา โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนกินอาหารไม่เป็นเวลา และมักกินมากเกินภายหลัง

การลดน้ำหนักให้ได้ผลต้องรวมไปถึงการควบคุมปริมาณอาหารที่กินด้วย

ผู้ที่กินผลไม้เป็นกิโล เพราะคิดว่าผลไม้นั้นไม่ทำให้อ้วน ก็อาจจะมีปัญหาในการลดน้ำหนักได้เหมือนกัน อาหารทุกมื้อควรประกอบไปด้วย อาหารจากทุกหมวดหมู่ มีทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม และแป้ง ถ้าผู้ลดน้ำหนักงดอาหารจากหมวดใดหมวดหนึ่ง จะทำให้ขาดสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ ยังทำให้มื้ออาหารมีความซ้ำซากจำเจ

ผู้ที่จะลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องนับ แคลอรีของอาหารทุกชนิด แต่มีวิธีลดแคลอรีลงง่ายๆ ดังนี้

• เลือกกินผักให้มากขึ้น อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจานข้าว ควรเป็นผัก จะเป็นในรูปของผัดผัก ผักสลัด แกงจืดผัก ซุปผัก หรือแกงอื่นๆ ที่ใส่ผักก็ได้

• เลี่ยงน้ำผลไม้ หันมากินผลไม้สดแทน จะทำให้ได้รับเส้นใยไฟเบอร์เยอะกว่า

• เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดหนังติดมัน ปลา เต้าหู้ ไข่ขาว ที่มีแคลอรีต่ำกว่าเนื้อสัตว์ติดมัน เนื้อสัตว์หรือเต้าหู้ที่ควรกินต่อมื้อ มีขนาดเท่าๆ ฝ่ามือ หรือสำรับไพ่

• เลือกแป้งไม่ขัดสี เมล็ดถั่ว ธัญพืชที่มีเส้นใยอาหารสูง แทนแป้งขัดสีต่างๆ เส้นใยอาหารจะช่วยให้อิ่มเร็ว ควรกินในปริมาณ 1 ใน 4 ของจานข้าวปกติต่อมื้อ หรือ 1-2 ทัพพีบางๆ

• เลือกนมและผลิตภัณฑ์นมรสจืดพร่องไขมัน หรือนมถั่วเหลืองไม่เติมน้ำตาล ควรดื่มนมหรือนมถั่วเหลืองวันละ 1-2 กล่อง เพื่อให้ได้รับแคลเซียมที่จำเป็นต่อกระดูก และกระบวนการเผาผลาญอาหาร

นอกจากนี้คำแนะนำอื่นๆ ที่คุณอาจพิจารณา คือ

• อย่าอดมื้ออาหาร เมื่อร่างกายไม่ได้รับอาหารเป็นเวลานานๆ จะทำให้ระบบเผาผลาญลดลง การอดมื้อกินมื้อ มักทำให้กินมากภายหลังด้วย

• หาของว่างที่มีประโยชน์มา ตุนไว้ เช่น ผลไม้ ถั่วแระ ถั่วเปลือกแข็ง นมหรือนมถั่วเหลือง แต่ถ้าคุณสังเกตว่า ตัวเองจะกินของว่างอยู่เรื่อยๆ อาจลองหันมากินเป็นมื้อเล็กๆ อีกมื้อหนึ่งเลยก็ได้ จะเป็นลูกชิ้นปิ้ง เกาเหลาหรือก๋วยเตี๋ยว สลัด หรือแซนด์วิช 1/2 คู่กับนม ก็ได้ ใช้หลักการ “ตั้งใจกินเมื่อถึงเวลามื้ออาหาร และหยุดเมื่อมื้ออาหารนั้นจบลง” กับมื้อว่างด้วยเช่นกัน

• เมื่อออกไปกินอาหารนอกบ้าน ให้สั่งจานผักมาด้วย ถ้าจะสั่งพาสต้าครีมซอสให้แบ่งกับคนอื่น เลือกเป็นซุป หรือสลัดร่วมกับจานปลาอีกสักจานด้วยก็ได้

การงดอาหารที่ตนเองชอบ หรือไดเอ็ตที่เข้มงวดเกินไป อาจทำให้ต่อม “อยาก” อาหารถูกกระตุ้น และทำให้คุณลงเอยกินของ ที่ตนอยากนั้นเยอะเกินไป (และทำให้รู้สึกผิดภายหลัง) ทางที่ดีคือตอบสนองความต้องการนั้น ด้วยการให้ตนเองกินอาหาร ที่ชอบในปริมาณเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารที่ “ต้องห้าม” ก็ตาม ถ้ามีข้อสงสัย หรือต้องการโค้ช ควรปรึกษานักกำหนดอาหาร หรือนักโภชนาการ ระวังการใช้ยาหรือสมุนไพรช่วยลดน้ำหนักต่างๆ ที่มีผลแค่ระยะสั้น แต่อาจมีผลข้างเคียงอื่นๆ ได้ ที่สำคัญอย่าลืมหาเวลาที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง เพื่อออกกำลังกาย หาวิธีการออกกำลังที่ชอบ สะดวก และรู้สึกสนุก นี่เป็นจุดสำคัญ เพราะการออกกำลังกาย จะต้องเป็นนิสัยที่ทำไปตลอดชีวิต

คุณกฤษฎี โพธิทัต
นักกำหนดอาหาร

แหล่งข้อมูล : นิตยสาร HealthToday

วิธีลดความอ้วนแบบรวดเร็วที่สุด

October 1st, 2011

อาหล่ะค่ะสาวๆ ที่ไหนที่กำลังมองหาวิธีลดความความอ้วนแบบทันใจฟังทางนี้เพราะว่าวันนี้เรา มีวิธีลดความอ้วนเร็วที่สุดมาแนะนำกันค่ะ สาวๆ คนไหนที่มีร่างกายทุกสัดส่วนแบบเป๊ะๆ
โดยเฉพาะทรวดทรงองค์เอวนั้นถือได้ว่าคุณเป็นคนที่โชดดีมากๆ แต่สาวๆ ใดที่ไม่ได้โชคดีแบบนั้นก็ใช่ว่าคุณจะไม่มีทางโชคดีไปซะเลย เพราะว่าวันนี้เราได้นำเอาโชคดีนั้นมาฝากกับ วิธีลดความอ้วนแบบรวดเร็วที่สุดมาบอกกันค่ะ รับรองว่าเพียงแค่คุณได้ยินชื่อคุณก็ต้องอย่างรู้กันแล้วใช่ไหมหล่ะค่ะ สำหรับ วิธีลดความอ้วนแบบรวดเร็วที่สุด นี้เป็นวิธีที่คุณต้องใส่ใจให้เวลาและก็ขยันทำให้สม่ำเสมอ คงจะไม่ใช่่เรื่องยากสำหรับสาวๆ ที่อยากจะมีหุ่นสวยกันหรอกจริงไหมหล่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นแล้วเราก็ไปทำตามเคล็ดลับการมีหุ่นสวยด้วย วิธีลดความอ้วนแบบรวดเร็วที่สุด กันเลยดีกว่าค่ะ รับรองว่าคุณจะมีหุ่นที่สวยสมใจแน่นอน

3 วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด

1. การวิ่ง
การวิ่งจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากและไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย เริ่มต้นโปรแกรมทำอย่างช้าและวางแผนในการออกกำลังกาย 3-4 วัน/สัปดาห์ ที่เริ่มต้นในแต่ละครั้งด้วยการอบอุ่นร่างกายอย่างน้อย 5 นาทีด้วยการเดินอย่างช้าๆ และการจ็อกกิ้งและเดินมันจะทำให้คุณสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อหัวใจ และหลอดเลือด โดยครั้งหนึ่งในการวิ่งคุณอาจใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งมันจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ได้ถึง 250-350 แคลอรี่ โดยขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของคุณ

2. การปั่นจักรยาน
รายการการพิมพ์จากโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ดระบุว่า ร้อยละ 14 ในการปั่นจักรยานที่ 15.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นเวลา 30 นาที จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ 300-444 แคลอรี่ การปั่นจักรยานนั้นให้ใช้วิธีเริ่มอย่างช้าๆ และค่อยๆ เพิ่มความเร็ว รวมทั้งระยะทางขึ้นซึ่งนั่นมันจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพของคุณให้ดีขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้คุณอย่าลืมว่าหัวใจของการออกกำลังกายนั้นจะต้องเลือกอาหารเพื่อสุขภาพในการลดน้ำหนักด้วย

3. การเดิน
คุณอาจคิดว่ามันคงเทียบกันไม่ได้กับการที่เดินออกกำลังกายแล้วมันจะช่วยลดน้ำหนักได้มาก แต่จากการตีพิมพ์โดยศูนย์การแพทย์สวีดิชในซีแอตเทิลสหรัฐอเมริกา “ระยะไมล์ต่อไมล์การวิ่งและการเดินมันจะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน แต่ถ้านาทีต่อนาทีกับสปีดความเร็วของคุณมันก็จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าและก็ไม่แปลกที่การวิ่งมันก็เผาผลาญได้มากกว่าตามทฤษฏี แต่ในการเดินด้วยความเร็วนั้นมันก็จะได้การเผาผลาญแคลอรี่ที่ไม่ต่างกันและ จะกระทบในเรื่องข้อต่อของคุณไม่มากเท่าการวิ่ง และถ้าคุณมีการฝึกให้เร็วขึ้นและแกว่งแขนและบิดตัวเล็กน้อยระหว่างเดินมันก็จะเป็นสิ่งที่เหมาะสมทีเดียว

ที่มา : voicetv

วิธีลดความอ้วนแบบนับ 1 2 3

September 28th, 2011

ลดความอ้วนแบบนับ 1 2 3

“ความอ้วนเป็นปัญหาของ ผู้คนจำนวนมากในบ้านเรา ผู้ที่ให้ความสำคัญกับรูปร่างโดยเฉพาะผู้หญิง ดูจะห่วงเรื่องนี้เป็นพิเศษ ความอ้วนทำให้อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลายอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน การรักษาความอ้วน มีหลายวิธี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การผ่าตัด และการใช้ยาเป็นวิธีหลักๆ ที่ใช้มากมียาใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเรื่อยๆ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รวมถึง การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับการลดความอ้วนระยะยาว”

ความอ้วนกับโรคภัยไข้เจ็บ

การมีน้ำหนักมากเกินมีความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นครับ หมายความว่า คนอ้วนตายมากกว่าคนผอมและยังสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ต่อการตายที่สูงขึ้นของโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง และโรคเบาหวานอีกด้วย ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีอยู่ไม่น้อย ที่เกี่ยวกับ น้ำหนักตัวมากเกินไป คนอ้วนมีโอกาสที่จะมีโคเลสเตอรอลในเลือด สูงกว่าคนผอมถึง 50% และยังมักมีไขมันชนิดอื่นสูงอีกด้วย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันก็ชอบคนอ้วนครับเป็นมากกว่าคนผอม หรือคนไม่อ้วนแยะทีเดียว โรคเบาหวานก็เป็นอีกโรคที่ชอบความอ้วน อ้วนปานกลางจะทำให้เป็นโรคเบาหวานสูงถึง 5 เท่า ถ้าอ้วนมาก จะเป็นเบาหวานสูงขึ้น 10 เท่าเลยล่ะ

สำหรับผู้ชายอ้วนมีโอกาสตายจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็ง ต่อมลูกหมากสูงกว่าคนไม่อ้วน ในผู้หญิงอ้วนก็มีโอกาสเสียชีวิตสูง จากมะเร็งของโพรงมดลูก, ถุงน้ำดี, ปากมดลูก, รังไข่ และมะเร็งเต้านมครับ

คนอ้วนโดยทั่วไปจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการเกิดโรคของถุงน้ำดี, โรคปอด, โรคเกาต์, มะเร็ง และโรคข้ออักเสบ ครับ เรียกว่า รับเลอะเลยทีเดียว สิ่งที่ตามมาติดๆ ก็คือ การเสียเงินเสียทองเยียวยารักษา เป็นภาระอันหนักอึ้งแสนสาหัสของครอบครัวและของรัฐบาลด้วย

สาเหตุของความอ้วน

คนอ้วนส่วนใหญ่อาจเรียกได้ว่า “อ้วนเอง” คือ ไม่ได้มีโรค อันเป็นเหตุให้อ้วนโดยตรง นอกเหนือจากการกินเข้ามามากกว่า การใช้ออกไป มีน้อยมากครับที่อ้วนจากโรค เช่น โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด, โรคทางพันธุกรรม, อ้วนจากยาหรือจากโรคของระบบประสาท ปัจจุบันเราถือว่า การอ้วนเป็นภาวะอันเกิดจาก หลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธ์, วัฒนธรรม, สังคม, เศรษฐกิจ, พฤติกรรม และปัจจัยด้านสถานการณ์รอบด้านครับ

แนวทางแก้ไขความอ้วน

คงต้องยอมรับครับว่า การลดความอ้วนให้ได้ผลระยะยาวนั้น เป็นเรื่องยาก ตัวแปรหลักอยู่ที่ตัวผู้อ้วนเอง ไม่ใช่หมอ สำหรับหมอ เราก็ถือว่า ความอ้วนก็เช่นเดียวกับเบาหวานหรือความดันสูง คือ เป็นโรคเรื้อรัง หายขาดยาก ได้แค่บรรเทา คือ คุมไว้อย่าให้กำเริบ และก็ยังเหมือนกับโรคเรื้อรังอื่น ตรงที่ไม่สามารถแก้ไข ได้โดยรวดเร็ว จะว่าไปแล้วก็ยังไม่มีวิธีรักษาที่ถูกใจคนไข้เลย เพราะคนไข้จะพอใจก็ต่อเมื่อต้องได้ผลดี คือ ผอมเร็ว และผอมนานไม่กลับมาอ้วนอีก

ในทางทฤษฎีแล้วจะต้องเผาผลาญพลังงานไปถึง 3500 กิโลแคลอรี่ จึงจะลดไขมัน ลงไปได้ 1 ปอนด์ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ไม่ควรลดน้ำหนักลงเร็วกว่า 1-2 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เห็นไหมล่ะครับว่า จะลดน้ำหนักกันเร็วๆ ไม่ได้ไม่ควรทำ และโรคอ้วนนี่ก็ชอบกลับมา เป็นซ้ำเป็นซากอยู่นั่นแหละ ไม่ยอมหายขาดซะที

ตารางที่ 1 รวบรวมกิจกรรมที่ใช้กันบ่อยเพื่อลดน้ำหนัก

รวบรวมกิจกรรมที่ใช้กันบ่อยเพื่อลดน้ำหนัก
วิธีลดน้ำหนักที่ใช้กันมาก

กิจกรรมผู้ใหญ่ : วัยรุ่น :
ชั่งน้ำหนักตัวเองสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย
เดินออกกำลัง อดอาหารบางมื้อ
ดื่มเครื่องดื่มคุมน้ำหนัก ใช้ยาลดน้ำหนัก
กินเกลือแร่ วิตามิน
คำนวณแคลอรีที่กิน
อดอาหารบางมื้อ
ใช้อาหารลดน้ำหนักที่มีขาย
ใช้บริการของโปรแกรมลดน้ำหนัก
ใช้ยาลดน้ำหนัก

ผู้หญิงดูจะใช้มากเป็นพิเศษ วิธีที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นที่ยอมรับ ทางการแพทย์ แต่บางวิธีก็ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่า ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพหรือไม่

ในบรรดาวิธีต่างๆ ที่ใช้ควบคุมความอ้วน วิธีเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งรวมถึง การปรับเปลี่ยนการกินอาหารนับเป็นวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด วิธีใช้ยาดูเหมือนว่าตอนแรกจะลดน้ำหนักได้เร็ว แต่ในระยะยาวแล้ว สู้วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้เพราะคุมความผอมไว้ได้นานกว่า

การปรับเปลี่ยนอาหารเริ่มจาก การให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสารอาหาร พลังงานจากอาหารและชนิดของอาหารต่างๆ จุดประสงค์เพื่อให้สามารถเลือกรับประทานอาหารได้เหมาะสม, สามารถคิดปริมาณพลังงานจากสารอาหารได้ และรู้หลักของ การจัดอาหารให้สมดุล

ผู้ที่ต้องการควบคุมอาหารมากๆ อาจจำกัดพลังงานอาหาร ให้เหลือเพียง 400-800 กิโลแคลอรีต่อวัน กิจกรรมออกกำลัง มีความสำคัญในการลดน้ำหนักมากครับ เพราะ

ช่วยเร่งการใช้พลังงาน หรือเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ออกไปอีกทางหนึ่ง รวมแล้ว พลังงานแต่ละวันก็จะติดลบ คือ ใช้มากกว่ารับประทานเข้าไป น้ำหนักก็จะลดลงเรื่อยๆ

ตารางที่ 2 แสดงปริมาณพลังงานที่ใช้ในการออกกำลัง ด้วยกิจกรรมต่างๆ ไว้

พลังงานที่ใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับผู้ที่หนัก 70 กิโลกรัม

กิจกรรม พลังงานที่ใช้ (กิโลแคลอรี่ต่อนาที)
เดินช้า ๆ 3-6
เดินเร็ว ๆ 6-8
วิ่งช้า ๆ 10-13
วิ่งเร็ว 15-18
ปั่นจักรยานช้า ๆ 4-8
ปั่นจักรยานเร็ว 10-15
กายบริหารเบา ๆ 4
เต้นรำ 5-8
เล่นสเก็ตน้ำแข็ง 6-11
ขึ้นบันไดปกติ 6
ขึ้นบันไดเร็ว ๆ 8-10
ทำความสะอาดบ้าน 4
ว่ายน้ำธรรมดา 6
กวาดสนามหญ้า 5
ตัดหญ้า 5

ถือหลักง่ายๆ ว่า ยิ่งออกแรงมากก็ยิ่งใช้พลังงานมาก ถ้าทำกิจกรรมหลายๆ อย่างผสมกันจะช่วยให้ใช้พลังงานออกไปมากขึ้น

ยาลดน้ำหนัก

เมื่อใช้ร่วมกับการควบคุมอาหาร จะช่วยลดน้ำหนักได้ เมื่อใช้ยาแล้วอาจจะทำให้ไม่หิว หรือรู้สึกอิ่มเมื่อรับประทานอาหารเพียงเล็กน้อย ผู้ที่อ้วนมากๆ จึงควรใช้ยาลดน้ำหนักครับ อ้วนน้อยๆ ไม่จำเป็น ใช้แค่คุมอาหาร และออกกำลังกายก็พอ

ยาลดน้ำหนัก เมื่อหยุดใช้อาจกลับมาอ้วนอย่างเดิมอีก จึงต้องเปลี่ยนการรับประทานอาหาร และการออกกำลังด้วยเสมอ ต้องพยายามด้านนี้ให้มากครับ ถือเป็นเรื่องที่ต้องทำตลอดไปเลย

ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของยา ก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงครับ ยาบางชนิดอาจทำให้กระวนกระวาย หงุดหงิด ปวดศีรษะ ปากคอแห้ง คลื่นไส้ และท้องผูก บางชนิดก็ทำให้อารมณ์ซึมเศร้า ง่วงนอน ปวดท้อง ท้องเดิน นอนไม่หลับ หรือฝันมาก บางทียาพวกนี้อาจเพิ่มความดันโลหิตให้สูง หรือหัวใจ เต้นผิดปกติได้ครับ ที่ร้ายแรงคือ เกิดแรงดันเลือดในปอดสูง การใช้ยาเหล่านี้จึงต้องอยู่ในความดูและของแพทย์อย่างใกล้ชิดครับ อย่าซื้อมากินเอง แล้วกินไปเรื่อยๆ เพราะอยากผอมจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แพทย์ จะคอยติดตามอาการ และเฝ้าระวังผลข้างเคียงจากยา วัดดูความดันโลหิต ดูการเต้นของหัวใจ และเฝ้าดูปัญหาทางหัวใจ ที่อาจแฝงเร้นอยู่โดยไม่ทราบมาก่อน ถ้าเกิดผลข้างเคียงหรือสงสัย ต้องหยุดยาทันทีครับ

ขอขอบคุณที่มา : คลินิก health&Diet

สูตรลดความอ้วน

March 15th, 2011

สูตรลดความอ้วนสูตรลดความอ้วนเปรียบเหมือนเสื้อโหล ใน 100 คนจะมี 1 คนที่ใช้ได้ผล คุณอาจจะเคยได้เห็น หรือเคยได้รับคำแนะนำ ในการลดน้ำหนักหลายหลากแนวทาง และนี่คือ 2 สูตรลดน้ำหนักยอดนิยม ที่ได้รับการเผยแพร่ และปฏิบัติตามเป็นจำนวนมาก หลายคนก็บอกว่าดี เห็นผลจริง แต่ถ้าถามต่อไปว่า ทุกวันนี้ยังทำตามสูตรอยู่หรือไม่ ร้อยทั้งร้อยตอบว่าเลิกไปแล้วด้วยสารพัดเหตุผล

เรามาดูกันว่าสูตรลดน้ำหนักทั้งสองสูตรเวิร์ค หรือไม่พร้อมบอกเคล็ดลับสูตรลดน้ำหนัก ที่ได้ผลจริงและไม่มีผลต่อการกลับมาอ้วนอีก จากคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วน

สูตรที่ 1 สูตรกาแฟดำ

วันที่ 1

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือโยเกิร์ต

มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง

มื้อเย็น : สลัดผัก

วันที่ 2

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม

มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง

มื้อเย็น : โยเกิร์ต

วันที่ 3

มื้อเช้า : โยเกิร์ตหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม

มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู

มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4

มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม

มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น

มื้อเย็น : โยเกิร์ต

วันที่ 5

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม

มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น

มื้อเย็น : สลัดผัก

วันที่ 6

มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม

มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา

มื้อเย็น : นมสด

วันที่ 7

มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ฟอง

มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู

มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

สูตรที่ 2 สูตรซุปผัก

วันที่ 1

ทานผลไม้ได้ทุกชนิด (ยกเว้นกล้วย ทุเรียน ผลไม้ที่มีรสหวานจัด) เท่าที่ต้องการ ทานซุปทั้ง 3 มื้อและดื่มน้ำมากๆ

วันที่ 2

ทานผักทุกชนิด ทานซุปกับมันฝรั่งต้มหรืออบใส่เนย และดื่มน้ำตามมากๆ (ห้ามทานผลไม้)

วันที่ 3

วันนี้ให้ผสมวันที่ 1-2 เข้าด้วยกัน คือทั้งผักและผลไม้ ซุป และดื่มน้ำตามมากๆ

วันที่ 4

ทานกล้วย (ไม่เกิน 8 ลูก) ดื่มนมพร่องมันเนยได้ตามต้องการ ทานซุปและดื่มน้ำตามมากๆ

วันที่ 5

ทานเนื้อหมูหรือเนื้อวัว 250-500 กรัม (ทานเนื้อไก่ก็ได้ เพราะร่างกายต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์) ทานมะเขือเทศอย่างน้อย 6 ผล ซุป 1 ครั้ง และดื่มน้ำตามมากๆ

วันที่ 6

ทานปลาและผัก (ยกเว้นมันฝรั่ง) ทานซุป และดื่มน้ำมากๆ

วันที่ 7

ทานผักได้ทุกชนิดกับข้าวซ้อมมือ (ยกเว้นมันฝรั่ง) ทานซุป และดื่มน้ำตามมากๆ

วิธีการปรุงซุปผัก

ส่วนผสม

กะหล่ำปลีหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1 หัว

พริกตุ้มหวานหั่นพอดีคำ 2 เม็ด

มะเขือเทศสดต้มหั่นพอดีคำ 4 ลูก

แครอทหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือเป็นเเส้นฝอยๆ 3 หัว

ต้นหอมซอย 1 กำ

หอมใหญ่ หรือเซอเลอรี 1 กำ

ซุปก้อนหมู ไก่ 1 ก้อน

เกลือ พริกไทย พริกขี้หนู ใบโหระพา

วิธีทำ

ใส่ผักทุกชนิดลงไป ยกเว้นมะเขือเทศ ใส่น้ำ 12 ถ้วย ตั้งไฟต้นจนเดือด ใส่มะเขือเทศ ซุปก้อน (ถ้าชอบรสเผ็ดให้ใส่พริกขี้หนู) ใส่ใบโหระพา ปิดฝา ใช้ไฟอ่อน แล้วต้มต่อไปจนผักนุ่มประมาณ

1/2-2 ชม. ค่อยเติมพริกไทย เกลือตามชอบ

นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วนให้ข้อความรู้เรื่องลดน้ำหนักจากสูตรข้างต้นไว้ว่า

“เมื่อพิจารณาจาก 2 สูตรลดน้ำหนักนี้แล้ว จะเห็นว่ามื้อเช้าเค้าจะให้ดื่มชา กาแฟ โยเกิร์ต หรือซุปผักแทนอาหาร ซึ่งมีค่าน้ำตาลต่ำมากๆ ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานปริมาณน้อยตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อ

ถึงมื้อกลางวันคุณอาจจะรู้สึกโหยและอ่อนเพลียได้ และถ้าร่างกายคุณคุ้นเคยกับการกินมื้อเย็น พออดอาหารมื้อเย็นก็อาจจะเกิดอาการหน้ามืด ตัวลอยๆ ได้ สิ่งที่จะตามมาอีกอย่างคือ ความเครียด เพราะร่าง

กายคุณเผาผลาญน้ำตาลเพื่อให้ได้พลังงานมาต่อสู้กับความเครียด นอกจากนี้อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการกิน คือกินมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อชดเชยในส่วนที่ขาดหายไป อาการดังกล่าวอาจจะแก้ได้โดยการดื่ม

น้ำให้เพียงพอ ประมาณ 8 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายไม่โหยจนเกินไป และน้ำยังช่วยระบายความร้อนในร่างกาย คนที่ลดความอ้วนโดยไม่ดื่มน้ำจะทำให้ลดยาก ถ้าคุณหนักโหมในการลดน้ำหนัก

อาจจะทำให้เกิดปฏิกริยา Yoyo effect (ปฏิกริยาการกลับมามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลังการลดน้ำหนัก) ได้ การควบคุมน้ำหนักที่ได้ผลควรมีหลักการดังนี้”

หัวใจ 3 ประการในการควบคุมน้ำหนัก

1. กินอาหารโดยการจำกัดปริมาณ เพื่อลดพลังงานที่ได้รับจากอาหารลงจากเดิมร้อยละ 40 แต่ต้องได้รับสารอาหารเพียงพอ นอกจากน้ำหนักจะลดแล้ว ยังชะลอความชราได้ ด้วยตามหลักของ anti-aging medicine

2. อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญ หลัง 6 โมงเย็นควรงดอาหาร

3. ออกกำลังกายแบบ interval training จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีและทำให้ปอดกับหัวใจสร้างเส้นเลือดฝอย (Capillary) มากขึ้น โดยการออกกำลังกายแบบนี้ถือเป็น

การออกกำลังกายแบบแบ่งช่วง ประกอบด้วยการออกกำลังกายอย่างหนักช่วงหนึ่ง สลับด้วยช่วงผ่อนให้เบาลงมาเหมือนเล่นจังหวะกับร่างกาย (Speed play or fartlek) เมื่อออกกำลังกายแบบแบ่งช่วงบ่อยๆ ร่างกายจะชินและปรับตัวโดยการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ๆ เพื่อให้จ่ายออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อได้ดีขึ้นส่วนกล้ามเนื้อจะพัฒนาตัวให้มีความทนต่อกรดแลคติคได้สูงขึ้น แข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ นอกจากนั้นผลพลอยได้ที่คุณได้รับเพิ่มคือ ทำให้ร่างกายองคุณไม่เสื่อมเร็วจากการออกกำลังกายหนักๆ อย่างต่อเนื่องและไม่เบื่อหน่ายที่จะต้องออกกำลังกายซ้ำซากด้วย

ข้อสำคัญในการลดน้ำหนักคือ คุณต้องรู้ก่อนว่าตลอดทั้งวันคุณต้องใช้พลังงานในการทำงาน แม้กระทั่งนั่งนิ่งๆ ก็ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนไม่น้อย คนที่รับประทานอาหารเช้าสม่ำเสมอ มักจะเป็นคนที่อารมณ์ดี มีใบหน้าสดชื่นแจ่มใส สำหรับคนที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าจะรู้สึกง่วงนอน อ่อนเพลีย ไม่กระปรี้กระเปร่า เรียนหรือทำงานไม่รู้เรื่อง ไม่มีความสุขกับการทำงาน หากทำเป็นประจำโดยอดอาหารเช้าติดต่อกันหลายวันอาจทำให้เกิดปัญหากับระดับน้ำตาลในเลือด ต้นเหตุของเบาหวานและโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ไม่กินข้าวเช้าก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็กินมื้อกลางวัน มื้อเย็น ทดแทนให้มากขึ้น แต่คุณรู้ไหมว่านิสัยการกินแบบนี้จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องอ้วนตามมาจากการกินอาหารมื้อเย็นหนัก เนื่องจากร่างกายไม่ได้นำพลังงานจากอาหารไปใช้เมื่อเข้านอน

คนรุ่นใหม่มักจะดื่มกาแฟมื้อเช้าเพื่อรองท้อง ก่อนกินอาหารมื้อเที่ยง อยากแนะนำให้ดื่มกาแฟกับแซนวิช 1 คู่ หรือข้าวเหนียวหมูปิ้งก็ได้ เพราะแซนวิช ข้าวเหนียวหมูปิ้ง มีส่วนประกอบของไขมัน แป้ง โปรตีน ผัก ส่วนมื้อกลางวันอาจจะทานข้าวผัดผักกับปลาทอด ขณะที่มื้อเย็นควรเป็นมื้อเบาเพราะร่างกายใช้พลังงานน้อย

อยากให้คุณท่องให้ขึ้นใจว่าอาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด ที่มาหล่อเลี้ยงร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง ดังนั้นควรรับประทานอาหารเช้าแบบครบทุกหมู่ อาหารกลางวันพอประมาณ ส่วนอาหารเย็นนั้นงดได้ก็ งด หรือเปลี่ยนเป็นสลัดผักน้ำใสหรือผลไม้ที่มีกากใยเพิ่มมากขึ้น หลีกเลี่ยงแป้งกับน้ำตาลฟอปขาว แล้วอย่าลืมออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30-40 นาที หากใครปฏิบัติได้จะเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงแล้ะมีอายุยืนยาว” ?คุณหมอเจ้าของผลงานอายุยืนยาว กำหนดได้กล่าวปิดท้าย

สูตรลดความอ้วน ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสารใกล้หมอ

8 วิธีช่วยลดความอ้วน

February 28th, 2011

8 วิธีช่วยลดความอ้วนและลดน้ำหนัก

8 วิธีลดความอ้วน

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินใหม่ เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และควรทานให้ได้ทุกมื้อ เพราะมีไฟเบอร์และวิตามินสูง

2. หลีกเลี่ยงของมันต่างๆ อาหารที่ปรุงจากการทอด ควรเลือกทานเนื้อปลา ปู กุ้ง ซึ่งให้พลังงานน้อยกว่าเนื้อหมูและวัว

3. รับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้าสำคัญที่สุด

4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร เพราะจะให้ผลที่ดีกว่าและเร็วกว่า

5. ห้ามใช้ยาลดน้ำหนัก เพราะทำให้ร่างกายขาดเกลือแร่ที่สำคัญ อาจทำให้ไตวายและเสียชีวิตได้

6. ดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 6 – 8 แก้ว มีผลวิจัยออกมาว่าการดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยลดน้ำหนักได้

7. ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกที

8. มีความตั้งใจจริง เพราะถ้าไม่มีสิ่งนี้ คุณจะไม่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้เลย

ที่มา : Spicy